บ้านโมเดิร์นบนเนิน

บ้านโมเดิร์นบนเนิน

บ้านโมเดิร์นบนเนิน

บ้านโมเดิร์นบนเนิน

บ้านโมเดิร์นบนเนิน หากเราเป็นเจ้าของที่ดินที่เป็นทั้งเนินและมีต้นไม้ขวางแนวอาคาร แล้วต้องการสร้างบ้านในบริเวณนั้น คุณจะเลือกบริหารพื้นที่อย่างไร หลายคนที่ต้องการใช้บริเวณบ้านให้เต็มประสิทธิภาพอาจเลือกตัดต้นไม้เคลียร์พื้นที่ให้โล่งที่สุด และพยายามปรับพื้นที่เนินให้ราบเรียบ แต่เรามีอีกหนึ่งคำถามที่ว่า บ้านสีขาว

“แล้วทำไมเราถึงต้องเอาชนะธรรมชาติที่มีมาก่อนด้วย เราสามารถสร้างบ้านที่อยู่กับธรรมชาติแบบพึ่งพาได้ไหม” คำตอบคือ ได้อย่างแน่นอน เพราะผลงานจากสถาปนิกหลายๆ ท่านแสดงให้เราเห็นว่าการสร้างบ้านเว้นแนวต้นไม้ หรือเจาะพื้นที่หลังคายิ่งทำให้บ้านดูสดชื่นและได้เติบโตไปด้วยกัน เราได้ประโยชน์ บ้าน ชุมชน และโลกก็ได้ประโยชน์ด้วย

 แบบบ้าน สไตล์โมเดิร์น

บ้านโมเดิร์นบนเนิน

บ้านที่เรียงตัวลดหลั่นเป็นทางลาดยาวบนพื้นที่ขนาดใหญ่ สร้างให้สอดคล้องกับภูมิประเทศตามธรรมชาติที่ไหลไปกับพื้นที่และถนนที่อยู่ติดกัน เรือนยอดต้นไม้ที่มีอยู่มากมายได้รับการเก็บรักษาไว้ในสถานที่ ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกแบบเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน การวางแปลนอย่างรอบคอบและผสมผสานเข้ากับย่านนี้อย่างระมัดระวัง ช่วยให้บ้านยังคงมีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างถ่อมตัว แต่ก็ไม่เปิดเผยเกินไปจนดูไม่มีความเป็นส่วนตัว โดยมีจุดโฟกัสตรงหลังคาที่เว้นว่างเปิดขึ้น เพื่อโอบล้อมรับต้นโอ๊กขนาดใหญ่ที่ต้อนรับผู้มาเยือนที่ทางเข้าด้านหน้าอย่างสดชื่นฤกษ์มงคลขึ้นบ้านใหม่ ปี 2566

เราจะเห็ฯการใช้แผ่นอิฐดินเหนียวอิตาลีที่มีคราบด่าง ถูกจัดเรียงตกแต่งในแนวนอนทั้งภายนอกและภายใน เพื่อให้มีพื้นผิวช่วยเปลี่ยนอารมณ์ของบ้าน และให้ความรู้สึกสมดุลกับกระจก

ประตูไม้ขนาดใหญ่แบบ oversize นำเข้าสู่บ้าน 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำประกอบด้วย ห้องนอนแขกและห้องชุดหลักที่ชั้น 1 และห้องนอนเด็กที่ชั้น 2 พร้อมต้อนรับการมาถึงกับเตาผิงบิลท์อินขนาดใหญ่ ซึ่งเตาผิงทองเหลืองพร้อมแผ่นไม้อัดวอลนัทนี้ จะช่วยแยกทางเข้าออกจากพื้นที่ด้านหน้าและทำหน้าที่เป็นกันชนให้ทราบว่าหลังจากนี้จะเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัว

 แบบบ้าน สไตล์โมเดิร์น

สิ่งที่เป็นโจทย์หลักยากๆ สำหรับบ้านนี้อย่างหนึ่งคือ การช่วงเวลาแห่งการมองเห็นให้สมดุลระหว่างความเป็นมิตร ความโปร่งใส ความสบาย เข้ากับความเป็นส่วนตัว โครงการนี้จึงได้รับการออกแบบให้มีกระจกบานใหญ่ในห้องครัวและห้องนั่งเล่นที่ 1 ให้หันหน้าออกสู่ถนน ซึ่งเป็นประสบการณ์คลาสสิกสำหรับบ้าน (ที่มักจะทำห้องนั่งเล่นหันออกดูความเคลื่อนไหวหน้าบ้าน) โดยมีผ้าม่านช่วยปิดบังเมื่อต้องการความเป็นส่วนตัว พื้นที่นั่งเล่นที่ 2 จะมองเห็นวิวสวนหลังบ้านที่ไม่ติดกับใคร บางจุดจึงไม่ต้องมีผ้าม่าน

อีกด้านของห้องนั่งเล่นจะพบบันไดแบบไร้ลูกตั้งโปร่งๆ  ทำให้มองเห็นส่วนอื่นๆ ของบ้านได้ ช่องว่างถูกจัดลำดับทั่วทั้งบ้าน เพื่อให้เดินทำกิจวัตรประจำวันจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งทำได้ดี โดยห้องครัวทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อที่ทั้งครอบครัวสามารถอยู่ร่วมกันได้ การตกแต่งภายในเน้นความสงบและสะดวกสบาย

แสงธรรมชาติและการตกแต่งที่โปร่ง โล่ง ทำให้การเปลี่ยนพื้นที่เป็นไปอย่างนุ่มนวลด้วย ส่วนประตูไม้เป็นจุดเดียวที่ย้อมสีเข้มเพื่อให้ชัดขึ้นจากไกลๆ แต่ภายในมีไม้สีอ่อนๆ เพิ่มพื้นผิวการออกแบบที่ด้านบนของพื้นผิวธรรมชาติ ทำให้เกิดเอฟเฟกต์เป็นชั้นๆ มีการผสานโลหะผสม ทองแดง และทองเหลืองทั่วบ้าน มอบช่วงเวลาแห่งรายละเอียดที่คาดไม่ถึง

 แบบบ้าน สไตล์โมเดิร์น

ห้องนั่งเล่นแบบมีเตาผิงจุดที่สองของบ้าน ออกแบบด้วยวัสดุเหล็กที่ทันสมัยกว่าและสามารถตอบโจทย์รูปแบบที่ต้องการดัดโค้งได้ง่าย ห้องนี้ยังมีบาร์ทองแดงพร้อมตู้ไม้เคลือบแฮนด์เมดที่ไม่เพียงสวยงามแต่ใช้งานได้จริง ระหว่างการกักตัวช่วง Covid ห้องนี้กลายเป็นศูนย์กลางของครอบครัวที่จะมานั่งพักผ่อน ดู Netflix ส่วนบาร์มีคนใช้งานอย่างต่อเนื่องและมีเครื่องดื่มเตรียมไว้ให้พร้อมเสมอ

ตัวบ้านได้รับการปรับให้รับแสงในเวลากลางวัน และมุ่งเน้นที่การเปิดมองเห็นต้นไม้โดยรอบในเกือบทุกห้องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ แม้จะมีลักษณะเป็นพื้นที่กระจกใสมาก แต่มีการออกแบบบังแสงอย่างระมัดระวังด้วยระยะยื่นของหลังคาที่ลึก จึงลดทอนปัญหาเรื่องความร้อนได้ดี


พื้นที่ในร่มเชื่อมโยงกับสระว่ายน้ำส่วนกลางและพื้นที่นั่งเล่นกลางแจ้ง เพื่อขยายศูนย์กลางกิจกรรมของครอบครัวออกไปด้านนอก เป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่น่าดึงดูดใจที่สุดของบ้านที่รวม สระว่ายน้ำ เกสต์เฮาส์ และศาลาวางเตาปิ้งย่าง ทุก ๆ รายละเอียดที่พิถีพิถันของสถาปัตยกรรมสะท้อนถึงความตั้งใจของเจ้าของ ที่จะเพลิดเพลินไปกับพื้นที่กลางแจ้ง/ในร่มให้ได้มากที่สุด แม้สมาชิกใสนครอบครัวจะกระจายตัวออกไปอยู่ตามจุดต่างๆ ของบ้านแต่ยังคงเชื่อมโยงกันทั้งหมด

บ้านจำนวนไม่น้อยที่ต้องการสร้างอารมณ์ของความแข็งแกร่ง ทันสมัย ด้วยการนำเหล็ก I-Beam มาใช้ในการตกแต่งกรอบบ้านให้เส้นสายตาชัดขึ้น แต่เหล็ก I-Beam ก็มีข้อจำกัดอยู่ เช่น ราคาที่แพงมากขึ้นเรื่อยๆ น้ำหนักที่มากส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของบ้าน เหล็ก ยังขึ้นสนิมได้ง่ายเมื่อเจอสภาพอากาศแดดสลับฝน ในช่วงฤดูร้อนเหล็กยังกักเก็บความร้อนได้ดี อาจทำให้เกิดความร้อนสะสมภายในบ้าน สำหรับคนที่ต้องการความรู้สึกแบบเหล็กในราคาที่ถูกกว่า น้ำหนักน้อยกว่าสามารถเปลี่ยนมาใช้วัสดุตกแต่งแทนเหล็ก I-Beam ได้ วัสดุชนิดนี้ยังคงความโมเดิร์น เรียบ เท่ แบบเหล็ก แต่ข้อควรระวังคือ ใช้สำหรับตกแต่งเท่านั้น ห้ามใช้รับน้ำหนัก

ข้อดีของบ้านโมเดิร์นที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

 แบบบ้าน สไตล์โมเดิร์น

1. บ้านโมเดิร์น – ดูแลรักษาง่าย

เนื่องจากวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างบ้านสไตล์โมเดิร์นเป็นวัสดุที่หาง่าย มีความทันสมัย โดยเฉพาะกระจกและเหล็กซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสไตล์บ้านโมเดิร์น ทำให้เวลาทำความสะอาดหรือต่อเติมสามารถทำได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาในการหาวัสดุมาเปลี่ยนหรือต่อเติมให้ยุ่งยาก รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านเอง ที่เน้นฟังก์ชันการใช้งานและจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งนอกจากช่วยประหยัดพื้นที่แล้วยังประหยัดเวลาในการดูแลรักษา ในขณะเดียวกันยังเพิ่มภาพลักษณ์หรูหราให้กับบ้านมากขึ้นด้วย

2. บ้านโมเดิร์น – แบ่งสัดส่วนชัดเจน

การแบ่งสัดส่วนชัดเจน มีพื้นที่สำหรับรองรับการใช้งานในส่วนนั้น ๆ โดยเฉพาะ เป็นอีกหนึ่งข้อดีของบ้านโมเดิร์น ที่สร้างผลลัพธ์ให้ทุกพื้นที่ใช้สอยในตัวบ้านถูกใช้งานอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่ทับซ้อนหรือปะปนกับพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ทำให้บ้านดูมีความเป็นระเบียบและดูไม่รกอีกด้วย

3. บ้านโมเดิร์น – ดีไซน์ทันสมัย

เพราะสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบบบ้านโมเดิร์น คือการผสมผสานระหว่างความทันสมัยและร่วมสมัย ซึ่งมาจากวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ยิ่งไปกว่านั้นในยุคนี้ยังมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เข้ามาเสริมความสะดวกสบายให้กับบ้านมากขึ้น อย่างเช่น การติดตั้งแผงโซลาร์รูฟ (Solar Roof) เป็นต้น ที่ช่วยประหยัดพลังงานภายในบ้าน อีกทั้งเฟอร์นิเจอร์ของบ้านสไตล์โมเดิร์นมักเป็นรูปทรงที่เรียบง่าย น้อยแต่มาก มีมัลติฟังก์ชั่นในตัวเพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย ถือเป็นอีกหนึ่งข้อดีที่ทำให้บ้านสไตล์โมเดิร์นดูทันสมัยอยู่เสมอ 

4. บ้านโมเดิร์น – การเลือกใช้สี

สไตล์บ้านโมเดิร์นเป็นสไตล์ที่ยึดความเรียบง่ายเป็นหลัก เราจึงเห็นบ้านสไตล์นี้ในโทนสีกลาง ๆ หรือโทนสีสว่าง ไม่ฉูดฉาด เช่น สีขาว ครีม เบจ หรือสีเอิร์ธโทนที่ให้ความรู้สึกหรูหรา อบอุ่น น่าอยู่อาศัยและมีความใกล้เคียงกับธรรมชาติ เพื่อให้ผสมผสานเข้ากับวัสดุต่าง ๆ ภายในบ้านได้อย่างลงตัว แต่หากรู้สึกว่าบ้านดูเรียบเกินไปอาจใช้เส้นสาย สีสันแบบ Primary Colors หรือแม่สีของเฟอร์นิเจอร์มาตกแต่ง เพื่อทำให้ภาพรวมของบ้านดูมีเสน่ห์และมีสไตล์มากขึ้น

5. บ้านโมเดิร์น – ประหยัดงบในการสร้าง

ด้วยโครงสร้างของบ้านโมเดิร์นที่ไม่ซับซ้อนและดีไซน์ที่เน้นความเรียบง่าย ทำให้ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างน้อยกว่าบ้านสไตล์อื่น ๆ นั่นหมายความว่างบประมาณที่ใช้ก็จะน้อยลงตามไปด้วย รวมไปถึงลดค่าใช้จ่ายในการตกแต่งภายในบ้านไปได้เยอะ read more : maxproperty.land